วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2558

ลูกฟุตบอลขาวดำ เครื่องทรมาณร่างกายในตำนานสมัยเด็ก

ลูกฟุตบอลขาวดำ เครื่องทรมาณร่างกายในตำนาน

มันมีน้ำหนักที่มาก

1.ถ้าสูบลมแข็ง

1.1ถ้าไม่ใส่รองเท้าแล้วเกิดเตะหลังเท้าเต็มแรงเท้าจะเด้งกลับพร้อมกับความเจ็บปวดที่สุดจะทน

1.2การเตะแบบฉีดยาหรือสับโจ๊ค โดยไม่ใส่รองเท้า นี่เป็นความเจ็บปวดที่สุดจะบรรยาย คุณจะได้พบกับความเจ็บปวดของนิ้วเท้า ที่มีคนไม่มากจะเข้าใจความรู้สึกนี้

1.3การโหม่ง ใครๆก็อยากโหม่งทำประตูสวยๆ แต่พอมีโอกาสนั้นมาถึงลูกบอลลอยมาในจุดที่เหมาะ เราโถมเข้าไปโหม่งเต็มหน้าผาก ผลนะหรอ บอลกระเด้งได้ดีแต่ไม่แรงอย่างที่คาด แถมตัวเราต้องลงไปนอนกองกับพื้นเพราะเจ็บหน้าผากมึนหัวสุดๆ หฃั
จากนั้น จะไม่กล้าโหม่งอีกเลยเลี่ยงได้เป็นเลี่ยง นี่อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้นักกี่ฬาฟุตบอลทีมชาติไทย ใช้ลูกกลางอากาศกันไม่ค่อยเก่ง ฮาๆ

1.4ผู้รักษาประตูถ้าไม่ใส่ถุงมือ แล้วโดนยิงมาแรงๆ เหมือนกำลังต่อยมวยอยู่แต่เสร็จนี่เจ็บไปทั้งตัว ถ้าช๊อตมาแรงๆพุ่งเซฟอย่างสวยทุกคนปรบมือให้ แต่หารู้ไม่ว่า โครตเจ็บมือเลยน้ำตาแทบไหล แต่ก็ต้องทนไว้ เดี๋ยวเสียฟอร์ม

2.ถ้าเกิดสูบลมเต็มเป็นความเจ็บปวดงั้นเรา สูบแบบไม่แข็งมากแล้วกัน

2.1ถ้าไม่ใส่รองเท้าแล้วเกิดเตะหลังเท้าเต็มแรงเท้าจะเจ็บและแสบไปทั่วเท้า ลูกบอลควบคุมทิศทางได้ดีแต่ไปได้ไม่ไกลมาก ถ้าเกิดลูกบอลมันเก่ามีลอยแตก เท้าอาจเป็นแผลด้วย

2.2การเตะแบบฉีดยาหรือสับโจ๊ค โดยไม่ใส่รองเท้า อาจไม่ถึงเจ็บปวดมากเหมือนบอลแข็งๆ แต่รับประกันว่าคุณยังเจ็บอยู่และอาจเป็นแผลได้ถ้าลูกบอล เก่าๆและมีรอยแตก

2.3การโหม่ง เมื่อลูกบอลมาเหมาะคุณใช้หน้าผากโหม่งเต็มแรง แต่ลูกฟุตบอลกลับตกอยู่ตรงหน้าไม่ยอมไปไหนไกลสะอย่างงั้น แล้วก็จะแสบหน้าผากมากๆ ถ้าเกิดลูกบอลเก่าๆมีรอยแตก หน้าผากอาจเป็นแผลด้วย

2.4ผู้รักษาประตูทำงานง่าย บอลมาช้า จับอยู่มือแต่จะแสบๆเหนื่อยซึ่งก็เจ็บปวดเหมือนเดิม

วิธีแก้ที่พอจะช่วยลดความเจ็บปวดได้บ้างคืออุปกรณ์ขั้นเทพ  คือใส่แองเกิ้ลไม่ก็เอาผ้าก๊อดมาพันเท้าไว้ซึ่งไม่รู้ใครคิดเป็นคนแรก แต่มันก็ได้ผลจริงๆ


ประวัติ
ทำไมลูกฟุตบอลต้องมีสีขาวดำ ลูกฟุตบอลจะมีหนังสีดำ และขาว จำนวน 32 ชิ้นเย็บติดกัน ช่วยในการถ่ายทอดทางทีวีขาวดำในสมัยก่อน  ปี 1970 นี่เริ่มมีการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรก

วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2558

สรุปลำดับเหตุการณ์ วินาศกรรม 11 กันยายน พ.ศ. 2544 ตามเวลาประเทศไทย แบบสั้นๆ

ลำดับเหตุการณ์ตามเวลาประเทศไทยในเหตุการณ์พอจะสรุปได้ดังนี้

08:45 น. เครื่องบินโดยสารของอเมริกันแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ 11 จากบอสตันเข้าชนอาคารเหนือ (อาคาร 1 เป็นอาคารที่มีเสาอากาศเห็นได้ชัด) ของเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ แล้วฉีกตัวอาคารเป็นช่องพร้อมทั้งเกิดเพลิงไหม้
09:03 น. เครื่องบินโดยสารของยูไนเต็ดแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ 175 จากบอสตันเช่นกัน พุ่งเข้าชนอาคารใต้ (อาคาร 2) ของเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ และเกิดระเบิดรุนแรง
09:43 น. เครื่องบินโดยสารเที่ยวบินที่ 77 ของอเมริกันแอร์ไลน์ ชนอาคารเพนตากอน เกิดควันไฟพวยพุ่ง มีการอพยพคนในทันที
09:45 น. มีการอพยพคนที่ทำเนียบขาว
10:05 น. อาคารใต้ ของเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ถล่มลง ท้องถนนปกคลุมด้วยกลุ่มควัน
10:10 น. บางส่วนของอาคารเพนตากอนถล่ม ขณะเดียวกันก็มีรายงานการตกของเครื่องบินโดยสารของยูไนเต็ดแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ 93 ที่เขตชนบทของซอมเมอร์เซ็ต รัฐเพนซิลวาเนีย ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของพิตส์เบิร์ก
10:13 น. อาคารที่ทำการของสหประชาชาติเริ่มขนย้ายผู้คน โดยเป็นคนของสำนักงานใหญ่จำนวน 4,700 คน และจากยูนิเซฟกับฝ่ายอื่นของสหประชาชาติอีก 7,000 คน
10:28 น. อาคารเหนือ ของเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ถล่มยุบตัวลง คล้ายถูกตอกด้วยเสาเข็มจากด้านบน เกิดฝุ่นอันหนาทึบ และเศษหักพังกระจายไปทั่ว
10:45 น. อาคารที่ทำการของรัฐทุกอาคารในวอชิงตันอพยพคนทั้งหมด
10:48 น. ตำรวจได้ยืนยันว่ามีเครื่องบินตกที่ซอมเมอร์เซ็ต
10:53 น. มีการประกาศเลื่อนการเลือกตั้งขั้นต้นของนิวยอร์ก
12:18 น. อเมริกัน แอร์ไลน์ รายงานเรื่องเครื่องบินที่ถูกปล้น โดยเที่ยวบินที่ 11 เป็นเครื่องโบอิ้ง 767-200ER มีลูกเรือ 11 คน และผู้โดยสาร 81 คน ซึ่งกำลังเดินทางไปยังลอสแอนเจลิส ส่วนเที่ยวบินที่ 77 เป็นเครื่อง 757-200 กำลังเดินทางไปลอสแอนเจลิส โดยมีผู้โดยสาร 58 คน ลูกเรือ 6 คน เครื่อง 767-200ER เป็นลำที่ชนอาคารเหนือของเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ และเครื่อง 757-200 ชนอาคารเพนตากอน
12:26 น. ยูไนเต็ดแอร์ไลน์ รายงานเรื่องเครื่องบินที่ถูกปล้นว่า เที่ยวบินที่ 93 ออกจากนิวอาร์ก รัฐเดลาแวร์ ไปยังซานฟรานซิสโก และตกที่เพนซิลวาเนีย
12:59 น. ยูไนเต็ดแอร์ไลน์ รายงานเรื่องเครื่องบินเที่ยวบินที่ 175 ที่กำลังเดินทางไปลอสแอนเจลิสว่า มีผู้โดยสาร 56 คน ลูกเรือ 9 คน โดยเป็นลำที่ชนอาคารใต้ของเวิลด์ เทรด เซ็นเตอร์
13:04 น. สนามบินลอสแอนเจลิส ซึ่งเป็นที่หมายของเครื่องบิน 3 ลำ อพยพคนทั้งหมด
13:15 น. สนามบินซานฟรานซิสโกซึ่งเป็นที่หมายของเครื่องบินเที่ยวบินที่ 93 อพยพคนทั้งหมด
15:10 น. อาคาร 7 ซึ่งมี 47 ชั้นของเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์เกิดเพลิงไหม้
16:20 น. อาคาร 7 ของเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ ซึ่งไม่มีคนอยู่แล้วได้ถล่มลงมา โดยเกิดจากความเสียหายที่เกิดขึ้นหลังจากอาคาร 1 และอาคาร 2 (อยู่คนละฝั่งถนน) ถล่มลงก่อนหน้านี้ และอาคารรอบ ๆ บริเวณก็มีเพลิงไหม้ด้วย
16:30 น. เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลรายงานว่าเครื่องบินที่ตกในเพนซิลวาเนียอาจจะมีเป้าหมายในการชน แคมป์เดวิด หรือ ทำเนียบขาว หรือ อาคารรัฐสภา อาคารใดอาคารหนึ่ง
18:45 น. ตำรวจนิวยอร์กรายงานว่า มีเจ้าหน้าที่สูญหาย 78 นาย และเชื่อว่าพนักงานดับเพลิงประมาณ 200 นายเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ
20:22 น. เพลิงไหม้ที่อาคารเพนตากอนยังควบคุมไม่ได้ แต่สามารถจำกัดเขตการลุกลามได้แล้ว
ในขณะที่เกิดเหตุหายนะอยู่นี้ ประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู บุช ได้เดินทางจากฟลอริดากลับสู่วอชิงตัน และได้ออกแถลงการณ์ในเหตุการณ์ โดยขอให้ประชาชนร่วมกันสวดมนต์ให้กับผู้เคราะห์ร้าย รวมทั้งยังประกาศว่า "ผู้ที่กระทำการครั้งนี้จะต้องชดใช้ในสิ่งที่ทำ"
ต่อมามีรายงานว่าอาคารอื่น ๆ ในบริเวณนั้นก็ได้พังทลายลงทั้งหมด (เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ประกอบด้วยอาคาร 7 หลัง) อย่างไรก็ตาม ภาพถ่ายจากดาวเทียมแสดงให้เห็นว่า อาคาร 5 ยังคงตั้งอยู่แต่ก็เสียหายเป็นอย่างมากเช่นกัน สำหรับจำนวนผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บนั้นยังไม่ทราบแน่นอน แต่พบศพแล้วกว่า 200 ศพ และยังสูญหายอีกประมาณ 6,000 คน (ณ วันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2544)

สรุปผู้เสียชีวิต
มีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 3,400 คน แบ่งเป็น เสียชีวิตบนเครื่องบิน 246 คน ในอาคารและพื้นดินของนครนิวยอร์ก 2,602 คน และในอาคารเพนตากอน 125 คน รวมถึงนักผจญเพลิงนครนิวยอร์ก 343 คน ตำรวจนครนิวยอร์ก 23 คน ตำรวจการท่าเรือของนิวยอร์กและนิวเจอร์ซี 37 คน และผู้สูญหายอีก 24 คน

วันนี้ในอดีต วินาศกรรม 11 กันยายน พ.ศ. 2544



เหตุวินาศกรรม 11 กันยายน พ.ศ. 2544 หรือ 9/11 (ไนน์วันวัน) 

เป็นปฏิบัติการก่อการร้ายที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์โดยการการโจมตีพลีชีพที่ประสานกันสี่ครั้งต่อสหรัฐอเมริกา ในนครนิวยอร์กและพื้นที่วอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2544 เช้าวันนั้น ผู้ก่อการร้าย 19 คนจากกลุ่มอิสลามหัวรุนแรงอัลกออิดะฮ์ จี้อากาศยานโดยสารสี่ลำโจรจี้เครื่องบินนั้นนำเครื่องบินทั้งสองพุ่งชนกับ ตึกแฝด เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ในนครนิวยอร์กโดยเจตนา และอาคารทั้งสองถล่มลงภายในสองชั่วโมง โจรจี้เครื่องบินชนเครื่องบินลำที่สามกับอาคารเพนตากอนในอาร์ลิงตัน รัฐเวอร์จิเนีย ส่วนเครื่องบินลำที่สี่ ยูไนเต็ดแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ 93 ตกในทุ่งใกล้กับแชงค์วิลล์ รัฐเพนซิลเวเนีย ก่อนจะถึงเป้าหมายที่โจรจี้เครื่องบินต้องการพุ่งชนอาคารรัฐสภาสหรัฐ ในวอชิงตัน ดี.ซี. หลังผู้โดยสารพยายามยึดเครื่องกลับคืน มีผู้เสียชีวิตเกือบ 3,000 คนในเหตุโจมตีดังกล่าว และไม่มีผู้รอดชีวิตจากเครื่องบินทั้งสี่ลำ
แผนที่เส้นทางการบินของเครื่องบินที่ถูกปล้น

มีการพุ่งเป้าสงสัยไปที่กลุ่มผู้ก่อการร้ายอัลกออิดะฮ์อย่างรวดเร็ว อุซามะฮ์ บิน ลาดิน ผู้นำกลุ่ม ซึ่งได้ปฏิเสธความเกี่ยวข้องในตอนแรก สุดท้ายได้อ้างความรับผิดชอบเหตุวินาศกรรมดังกล่าวใน พ.ศ. 2547อัลกออิดดะห์และบิน ลาดิน อ้างเหตุผลจูงใจในการก่อเหตุ ว่า การสนับสนุนอิสราเอลของสหรัฐอเมริกา การคงทหารสหรัฐประจำการไว้ในซาอุดิอาระเบีย และการลงโทษต่ออิรัก สหรัฐอเมริกาดำเนินมาตรการตอบโต้เหตุวินาศกรรมโดยการเริ่มสงครามต่อต้านการก่อการร้าย (War on Terror), การรุกรานอัฟกานิสถานเพื่อขับรัฐบาลตอลิบัน ซึ่งให้ที่พักพิงแก่สมาชิกอัลกออิดะฮ์ หลายประเทศเพิ่มกฎหมายต่อต้านการก่อการร้ายและขยายอำนาจการบังคับใช้กฎหมายมากขึ้น ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2554 หลังลอยนวลมาได้นานหลายปี บิน ลาเดนถูกพบและถูกสังหาร
เหตุวินาศกรรมทำให้เกิดความเสียหายรุนแรงต่อเศรษฐกิจของแมนฮัตตันล่างการทำความสะอาดเขตเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์แล้วเสร็จในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2545 พิพิธภัณฑ์และอนุสรณ์ 11 กันยายนแห่งชาติมีกำหนดเปิดในวันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2554 ที่ติดกับอนุสรณ์ วันเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ซึ่งมีความสูง 541 เมตร ประเมินไว้ว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายใน พ.ศ. 2556เพนตากอนซ่อมแซมภายในเวลาหนึ่งปี และมีการเปิดอนุสรณ์เพนตากอน ติดกับตัวอาคาร ใน พ.ศ. 2551 มีการจัดตั้งอนุสรณ์แห่งชาติเที่ยวบินที่ 93 ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2552 และอนุสรณ์ดังกล่าวก่อสร้างเสร็จอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2554
เช้าวันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2544 โจรจี้เครื่องบิน 19 คนยึดเครื่องบินพาณิชย์สี่เครื่องระหว่างทางไปซานฟรานซิสโกและลอสแอนเจลิสหลังนำเครื่องขึ้นจากบอสตัน เนวาร์ค และวอชิงตัน ดี.ซี. โจรเจตนาเลือกจี้เครื่องบินที่ต้องบินเป็นระยะทางไกลเพราะมีน้ำมันอยู่มาก เมื่อเวลา 8.46 น. โจรจี้เครื่องบินห้าคนนำเที่ยวบินอเมริกันแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ 11 พุ่งเข้าชนกับตึกเหนือของเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์  และเมื่อเวลา 9.03 น. โจรอีกห้าคนได้นำเที่ยวบินยูไนเต็ดแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ 175 พุ่งเข้าชนตึกใต้ 
คนร้ายห้าคนนำเที่ยวบินอเมริกันแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ 77 พุ่งเข้าชนอาคารเพนตากอนเมื่อเวลา 9.37 น. ส่วนเที่ยวบินที่สี่ ภายใต้การควบคุมของคนร้ายสี่คน ชนยูไนเต็ดแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ 93 ใกล้กับแชงค์วิลล์ รัฐเพนซิลเวเนีย เมื่อเวลา 10.03 น. หลังผู้โดยสารสู้กับคนร้าย เป้าหมายแท้จริงของเที่ยวบิน 93 นั้นเชื่อกันว่าน่าจะเป็นอาคารรัฐสภาหรือไม่ก็ทำเนียบขาว เครื่องบันทึกเสียงห้องนักบินของเที่ยวบินที่ 93 เปิดเผยว่า ลูกเรือและผู้โดยสารพยายามยึดการควบคุมเครื่องคืนจากคนร้าย หลังทราบผ่านโทรศัพท์ว่ามีเครื่องบินที่ถูกจี้คล้ายกันพุ่งเข้าชนอาคารเช้าวันนั้นเมื่อชัดเจนแก่คนร้ายแล้วว่าผู้โดยสารอาจยึดเครื่องคืน คนร้ายคนหนึ่งจึงออกคำสั่งที่เหลือให้หมุนเครื่องบินและตั้งใจให้เครื่องตก ไม่นานหลังจากนั้น เที่ยวบินที่ 93 ตกในทุ่งใกล้กับแชงค์วิลล์
ยูไนเต็ดแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ 175 พุ่งชนอาคารใต้

ผู้โดยสารบางคนสามารถโทรศัพท์ได้โดยใช้บริการแอร์โฟนเคบิน และโทรศัพท์เคลื่อนที่ และให้รายละเอียดว่ามีคนร้ายจี้เครื่องบินหลายคนบนเครื่องบินแต่ละเครื่อง มีการใช้สเปรย์พริก (mace) แก๊สน้ำตา หรือสเปรย์พริกไทย และบางคนบนเครื่องถูกแทง รายงานชี้ว่าโจรจี้เครื่องบินแทงและฆ่านักบิน พนักงานต้อนรับบนเครื่อง และผู้โดยสารหนึ่งคนหรือมากกว่า ในรายงานสุดท้าย คณะกรรมการ 9/11 พบว่า โจรจี้เครื่องบินได้ซื้อเครื่องมืออเนกประสงค์และเลือกมีดและใบมีดพนักงานต้อนรับบนเที่ยวบินที่ 11 ผู้โดยสารบนเที่ยวบินที่ 175 และผู้โดยสารบนเที่ยวบินที่ 93 กล่าวว่าคนร้ายจี้เครื่องบินมีระเบิด แต่มีผู้โดยสารอีกคนหนึ่งกล่าวเช่นกันว่า เขาคิดว่าระเบิดเป็นของปลอม เอฟบีไอไม่พบร่องรอยวัตถุระเบิดที่จุดตก และคณะกรรมการ 9/11 สรุปว่าระเบิดอาจเป็นของปลอม
เมื่อเป็นที่ทราบแล้วว่าเที่ยวบินที่ 11 ถูกจี้เครื่อง เครื่องบินเอฟ-15 สองลำเร่งรีบออกจากฐานป้องกันแห่งชาติทางอากาศโอติสในรัฐแมสซาชูเซตส์ และขนมาทางอากาศก่อนเวลา 8.53 น หน่วยบัญชาการป้องกันอวกาศอเมริกาเหนือ (NORAD) มีประกาศ 9 นาทีว่า เที่ยวบินที่ 11 ถูกจี้เครื่อง แต่เพราะการสื่อสารที่เลวกับสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติ (FAA) จึงไม่รับทราบเกี่ยวกับเที่ยวบินอื่นก่อนที่จะชนกับอาคาร หลังอาคารคู่ถูกชนทั้งสองหลังแล้ว เครื่องบินขับไล่เร่งรีบออกมากมากขึ้นจากฐานทัพอากาศแลงเลย์ในรัฐเวอร์จิเนีย เมื่อเวลา 9.30 น. ต่อมาเวลา 10.20 น. มีคำสั่งให้ยิงอากาศยานพาณิชย์ลำใดก็ตามที่สามารถชี้ว่าถูกจี้เครื่อง คำชี้แจงเหล่านี้ไม่ได้ถ่ายทอดมาทันเวลาที่เครื่องบินขับไล่จะปฏิบัติการ เครื่องบินขับไล่บางลำนำเครื่องขึ้นสู่อากาศโดยไม่มีกระสุนจริง และทราบว่าการขัดขวางคนร้ายมิให้นำเครื่องบินชนเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ นักบินจะต้องใช้วิธีการชนเครื่องบินขับไล่ลำที่ตนขับมานั้นเข้ากับเครื่องบินที่ถูกจี้ และดีดตัวออกจากเครื่องในช่วงสุดท้าย ในการสัมภาษณ์นักบินเครื่องบินขับไล่ที่ตอบสนองจากฐานป้องกันแห่งชาติทางอากาศโอติส นักบินคนหนึ่งกล่าวว่า "จะไม่มีใครเรียกเราว่าวีรบุรุษ หากเรายิงเครื่องบินทั้งสี่ลำในวันที่ 11 กันยายน"
อาคารสามหลังในกลุ่มอาคารเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ถล่มลงมาเพราะความเสียหายทางโครงสร้างตึกใต้ถล่มลงเมื่อเวลา 9.59 น. หลังเพลิงลุกไหม้นานกว่า 56 นาที ซึ่งเกิดจากยูไนเต็ดแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ 175 พุ่งชนอาคาร ตึกเหนือถล่มลงมาเมื่อเวลา 10.28 น. หลังเพลิงลุกไหม้นานกว่า 102 นาที เมื่อตึกเหนือถล่ม เศษซากปรักหักพักตกลงมาโดนอาคาร 7 เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ที่อยู่ใกล้เคียง ทำให้อาคารเสียหายและเกิดเพลิงไหม้ ไฟเหล่านี้ลุกไหม้นานหลายชั่วโมง เป็นอันตรายต่อความสมบูรณ์ของโครงสร้างอาคาร กระทั่ง  ถล่มลงมาเมื่อเวลา 17.21 น.
อากาศยานทุกลำภายในสหรัฐอเมริกาแผ่นดินใหญ่ถูกสั่งห้ามขึ้นบิน และอากาศยานที่กำลังบินอยู่ถูกบังคับให้ลงจอดทันที อากาศยานพลเรือนระหว่างประเทศทุกลำหันหลังกลับหรือเปลี่ยนเส้นทางไปยังท่าอากาศยานในแคนาดาหรือเม็กซิโก และเที่ยวบินระหว่างประเทศทั้งหมดถูกห้ามลงจอดบนแผ่นดินสหรัฐเป็นเวลาสามวัน เหตุโจมตีสร้างความสับสนอย่างกว้างขวางในหมู่สำนักข่าวและผู้ควบคุมการจราจรทางอากาศ ในการรายงานข่าวที่ไม่ได้รับการยืนยันและมักขัดแย้งกันที่ออกอากาศทั้งวันนั้น หนึ่งในข่าวที่แพร่หลายที่สุดว่า มีคาร์บอมบ์ถูกจุดระเบิดที่สำนักงานใหญ่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เครื่องบินอีกลำหนึ่ง เดลตาแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ 1989 ต้องสงสัยว่าถูกจี้เครื่อง แต่กลับกลายเป็นว่าไม่จริง หลังเครื่องตอบรับผู้ควบคุมและลงจอดอย่างปลอดภัยในคลีฟแลนด์ รัฐโอไฮโอ
ศูนย์อำนวยการฉุกเฉินของประธานาธิบดีถูกตั้งขึ้นในทำเนียบขาว

ในการสัมภาษณ์ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2545 คาลิด ซีกห์ โมฮัมเหม็ด (Khalid Sheikh Mohammed) และรอมซี บิน อัล-ชิบฮ์ (Ramzi bin al-Shibh) ผู้ซึ่งถูกเชื่อว่าเป็นผู้จัดการโจมตี กล่าวว่า เป้าหมายที่ตั้งใจไว้ของเที่ยวบินที่ 93 คือ อาคารรัฐสภาสหรัฐ มิใช่ทำเนียบขาวระหว่างขั้นวางแผนการโจมตี ฮาเหม็ด อัตตา (Mohamed Atta) โจรจี้เครื่องบินและนักบินเที่ยวบินท่ 11 คิดว่าทำเนียบขาวอาจเป็นเป้าหมายที่ยากเกินไป และสอบถามการประเมินจาก Hani Hanjour ผู้ซึ่งภายหลังจี้เครื่องบินและเป็นนักบินของเที่ยวบินที่ 77โมฮัมเหม็ดยังว่า เดิมอัลกออิดะฮ์วางแผนจะพุ่งเป้าไปยังโรงงานนิวเคลียร์แทนเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์และเพนตากอน แต่ตัดสินใจคัดค้าน ด้วยเกรงว่าทุกสิ่งอาจ "อยู่นอกเหนือการควบคุม" ตามข้อมูลของโมฮัมเหม็ด การตัดสินใจเลือกเป้าหมายครั้งสุดท้ายอยู่ในมือของนักบิน
ผู้เสียชีวิต
มีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 2,996 คนจากเหตุวินาศกรรมครั้งนี้ ประกอบด้วยโจรจี้เครื่องบิน 19 คน และเหยื่อ 2,977 คน เหยื่อนี้แบ่งเป็น 246 คนบนเครื่องบินทั้งสี่เครื่อง (ซึ่งไม่มีผู้รอดชีวิตเลยแม้แต่คนเดียว), 2,606 คนในนครนิวยอร์ก ซึ่งมีทั้งที่อยู่ในอาคารระฟ้าทั้งสองและบนพื้นดิน และ 125 คนที่อาคารเพนตากอน เหยื่อเกือบทั้งหมดเป็นพลเรือน แต่มีทหาร 55 นายเสียชีวิตที่เพนตากอน
คนทำงานและผู้เยี่ยมชมมากกว่า 90% ที่เสียชีวิตในหอคอยทั้งสองนั้นอยู่บนหรือเหนือชั้นที่เป็นจุดที่ถูกเครื่องบินชน ในอาคารเหนือ มี 1,355 คนอยู่ในชั้นหรือเหนือชั้นที่เป็นจุดที่ถูกชน ซึ่งติดอยู่หรือเสียชีวิตด้วยการสูดหายใจเอาควันเข้าไป ตกลงหรือกระโดดออกจากอาคารเพื่อหนีควันและเปลวไฟ หรือเสียชีวิตหลังอาคารถล่มลงมาหลังจากนั้น มีอีก 107 คนที่อยู่ต่ำกว่าชั้นที่ถูกชนไม่รอดชีวิต ในอาคารใต้ มีปล่องบันไดปล่องหนึ่งยังไม่ได้รับความเสียหาย ทำให้มี 18 คนหลบหนีจากชั้นเหนือกว่าชั้นที่ถูกชนได้ ในอาคารใต้มีผู้เสียชีวิต 630 คน น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของผู้เสียชีวิตในอาคารเหนือ ผู้เสียชีวิตในอาคารใต้ลดลงอย่างมากจากการตัดสินใจของผู้ที่ทำงานอยู่ภายในซึ่งเริ่มอพยพเมื่ออาคารเหนือถูกเครื่องบินชน
ลำดับเหตุการณ์
วินาศกรรมในครั้งนี้ ไม่ได้เกิดขึ้น ณ เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์เพียงแห่งเดียว แต่อาคารเพนตากอน ก็ได้ถูกโจมตีด้วย โดยมีการใช้เครื่องบินถึง 3 ลำในการก่อการ ซึ่งผู้ก่อการในครั้งนี้ได้เข้ายึดครองเพื่อบังคับให้พุ่งเข้าชนอาคารสำคัญ และยังมีเครื่องบินอีกหนึ่งลำที่ถูกปล้นด้วยแต่ไม่สามารถชนอาคารได้ ทั้งนี้คาดว่าการขัดขืนจากลูกเรือและผู้โดยสารทำให้เครื่องบินลำดังกล่าวตกลงในเขตชนบทที่ซอมเมอร์เซ็ต
เครื่องบินที่ถูกปล้นทั้ง 4 ลำเป็นเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง โดยเป็นรุ่น โบอิง 767-200ER จำนวน 2 ลำ (จากอเมริกันแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ 11 และยูไนเต็ดแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ 175) อีก 2 ลำเป็นโบอิง 757-200 (จากอเมริกันแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ 77 และจากยูไนเต็ดแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ 93) ทั้ง 4 ลำเป็นเที่ยวบินที่บินข้ามจากฝั่งตะวันออกไปตะวันตก ดังนั้นจึงบรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิงไปเต็มที่ และเชื่อว่าการพังทลายของอาคารแฝดเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ น่าจะเกิดมาจากปริมาณน้ำมันจำนวนมากที่บรรทุกอยู่บนเครื่องบินเหล่านั้น
ลำดับเหตุการณ์ตามเวลาประเทศไทยในเหตุการณ์พอจะสรุปได้ดังนี้

08:45 น. เครื่องบินโดยสารของอเมริกันแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ 11 จากบอสตันเข้าชนอาคารเหนือ (อาคาร 1 เป็นอาคารที่มีเสาอากาศเห็นได้ชัด) ของเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ แล้วฉีกตัวอาคารเป็นช่องพร้อมทั้งเกิดเพลิงไหม้
09:03 น. เครื่องบินโดยสารของยูไนเต็ดแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ 175 จากบอสตันเช่นกัน พุ่งเข้าชนอาคารใต้ (อาคาร 2) ของเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ และเกิดระเบิดรุนแรง
09:43 น. เครื่องบินโดยสารเที่ยวบินที่ 77 ของอเมริกันแอร์ไลน์ ชนอาคารเพนตากอน เกิดควันไฟพวยพุ่ง มีการอพยพคนในทันที
09:45 น. มีการอพยพคนที่ทำเนียบขาว
10:05 น. อาคารใต้ ของเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ถล่มลง ท้องถนนปกคลุมด้วยกลุ่มควัน
10:10 น. บางส่วนของอาคารเพนตากอนถล่ม ขณะเดียวกันก็มีรายงานการตกของเครื่องบินโดยสารของยูไนเต็ดแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ 93 ที่เขตชนบทของซอมเมอร์เซ็ต รัฐเพนซิลวาเนีย ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของพิตส์เบิร์ก
10:13 น. อาคารที่ทำการของสหประชาชาติเริ่มขนย้ายผู้คน โดยเป็นคนของสำนักงานใหญ่จำนวน 4,700 คน และจากยูนิเซฟกับฝ่ายอื่นของสหประชาชาติอีก 7,000 คน
10:28 น. อาคารเหนือ ของเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ถล่มยุบตัวลง คล้ายถูกตอกด้วยเสาเข็มจากด้านบน เกิดฝุ่นอันหนาทึบ และเศษหักพังกระจายไปทั่ว
10:45 น. อาคารที่ทำการของรัฐทุกอาคารในวอชิงตันอพยพคนทั้งหมด
10:48 น. ตำรวจได้ยืนยันว่ามีเครื่องบินตกที่ซอมเมอร์เซ็ต
10:53 น. มีการประกาศเลื่อนการเลือกตั้งขั้นต้นของนิวยอร์ก
12:18 น. อเมริกัน แอร์ไลน์ รายงานเรื่องเครื่องบินที่ถูกปล้น โดยเที่ยวบินที่ 11 เป็นเครื่องโบอิ้ง 767-200ER มีลูกเรือ 11 คน และผู้โดยสาร 81 คน ซึ่งกำลังเดินทางไปยังลอสแอนเจลิส ส่วนเที่ยวบินที่ 77 เป็นเครื่อง 757-200 กำลังเดินทางไปลอสแอนเจลิส โดยมีผู้โดยสาร 58 คน ลูกเรือ 6 คน เครื่อง 767-200ER เป็นลำที่ชนอาคารเหนือของเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ และเครื่อง 757-200 ชนอาคารเพนตากอน
12:26 น. ยูไนเต็ดแอร์ไลน์ รายงานเรื่องเครื่องบินที่ถูกปล้นว่า เที่ยวบินที่ 93 ออกจากนิวอาร์ก รัฐเดลาแวร์ ไปยังซานฟรานซิสโก และตกที่เพนซิลวาเนีย
12:59 น. ยูไนเต็ดแอร์ไลน์ รายงานเรื่องเครื่องบินเที่ยวบินที่ 175 ที่กำลังเดินทางไปลอสแอนเจลิสว่า มีผู้โดยสาร 56 คน ลูกเรือ 9 คน โดยเป็นลำที่ชนอาคารใต้ของเวิลด์ เทรด เซ็นเตอร์
13:04 น. สนามบินลอสแอนเจลิส ซึ่งเป็นที่หมายของเครื่องบิน 3 ลำ อพยพคนทั้งหมด
13:15 น. สนามบินซานฟรานซิสโกซึ่งเป็นที่หมายของเครื่องบินเที่ยวบินที่ 93 อพยพคนทั้งหมด
15:10 น. อาคาร 7 ซึ่งมี 47 ชั้นของเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์เกิดเพลิงไหม้
16:20 น. อาคาร 7 ของเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ ซึ่งไม่มีคนอยู่แล้วได้ถล่มลงมา โดยเกิดจากความเสียหายที่เกิดขึ้นหลังจากอาคาร 1 และอาคาร 2 (อยู่คนละฝั่งถนน) ถล่มลงก่อนหน้านี้ และอาคารรอบ ๆ บริเวณก็มีเพลิงไหม้ด้วย
16:30 น. เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลรายงานว่าเครื่องบินที่ตกในเพนซิลวาเนียอาจจะมีเป้าหมายในการชน แคมป์เดวิด หรือ ทำเนียบขาว หรือ อาคารรัฐสภา อาคารใดอาคารหนึ่ง
18:45 น. ตำรวจนิวยอร์กรายงานว่า มีเจ้าหน้าที่สูญหาย 78 นาย และเชื่อว่าพนักงานดับเพลิงประมาณ 200 นายเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ
20:22 น. เพลิงไหม้ที่อาคารเพนตากอนยังควบคุมไม่ได้ แต่สามารถจำกัดเขตการลุกลามได้แล้ว
ในขณะที่เกิดเหตุหายนะอยู่นี้ ประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู บุช ได้เดินทางจากฟลอริดากลับสู่วอชิงตัน และได้ออกแถลงการณ์ในเหตุการณ์ โดยขอให้ประชาชนร่วมกันสวดมนต์ให้กับผู้เคราะห์ร้าย รวมทั้งยังประกาศว่า "ผู้ที่กระทำการครั้งนี้จะต้องชดใช้ในสิ่งที่ทำ"
ต่อมามีรายงานว่าอาคารอื่น ๆ ในบริเวณนั้นก็ได้พังทลายลงทั้งหมด (เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ประกอบด้วยอาคาร 7 หลัง) อย่างไรก็ตาม ภาพถ่ายจากดาวเทียมแสดงให้เห็นว่า อาคาร 5 ยังคงตั้งอยู่แต่ก็เสียหายเป็นอย่างมากเช่นกัน สำหรับจำนวนผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บนั้นยังไม่ทราบแน่นอน แต่พบศพแล้วกว่า 200 ศพ และยังสูญหายอีกประมาณ 6,000 คน (ณ วันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2544)
สรุปผู้เสียชีวิต
มีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 3,400 คน แบ่งเป็น เสียชีวิตบนเครื่องบิน 246 คน ในอาคารและพื้นดินของนครนิวยอร์ก 2,602 คน และในอาคารเพนตากอน 125 คน รวมถึงนักผจญเพลิงนครนิวยอร์ก 343 คน ตำรวจนครนิวยอร์ก 23 คน ตำรวจการท่าเรือของนิวยอร์กและนิวเจอร์ซี 37 คน และผู้สูญหายอีก 24 คน

เครดิต https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1_11_%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99_%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._2544

วันพุธที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2558

รวมภาพทหารไทยกล้ามโตหุ่นดีถูกใจสาวแท้สาวเทียม

ทหารทุกนายที่นี่ไม่มีใครได้เข้าฟิตเนสหรอกครับ อย่างดีก็ดัมเบลตามกองร้อย บาร์เบลหล่อจากปูน ราวดึงข้อ ดิพบาร์ และสถานีไต่เชือก แต่ร่างกายของพวกเรายังคงแข็งแรงได้ก็เพราะ เราไม่เคยหยุดพัฒนาตัวเอง เราต้องมีแขนที่ทรงพลังไว้แบกหามยุทโธปกรณ์ มีหลังที่แข็งแกร่งไว้แบกเครื่องสนาม มีขาที่ทนทาน ไว้พาเราเดินข้ามเขาลูกแล้วลูกเล่า







เครดิต https://www.facebook.com/Thaicalisthenics/photos/a.1592131867701474.1073741828.1591882207726440/1659644287616898/?type=1&theater
เครดิต http://board.postjung.com/911075.html

ฐานทัพอากาศของกองทัพซีเรียถูกกลุ่มกบฏบุกยึดเรียบร้อยไปอีกแห่งหลังจากเคยถูกยึดมาแล้วหลายที่


กลุ่มพันธมิตรกบฏในซีเรีย บุกยึดฐานทัพอากาศ อาบู อัล อูฮูร์ ในจังหวัดอิดลิบ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศแล้ว หลังจากฝ่ายกบฏปิดล้อมฐานทัพดังกล่าวมานานถึง 2 ปี…
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มติดอาวุธอิสลามหลายกลุ่มรวมทั้งกลุ่ม 'อัล-นุสรา ฟรอนต์' จับมือกันเป็นพันธมิตรในชื่อ 'กองทัพแห่งการพิชิต' (Army of Conquest) ฉวยโอกาสที่เกิดพายุทรายพัดกระหน่ำในซีเรีย ทำให้กองทัพอากาศซีเรียออกปฏิบัติการโจมตีทางอากาศน้อยลง บุกเข้ายึดฐานทัพ อาบู อัล อูฮูร์ ซึ่งเป็นฐานทัพอากาศแห่งสุดท้ายในจังหวัดอิดลิบที่รัฐบาลซีเรียควบคุมอยู่
ทั้งนี้ นับตั้งแต่ช่วงปลายเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา กลุ่มกบฏอิสลามบุกยึดหลายเมืองในจังหวัดอิดลิบจากรัฐบาลซีเรีย รวมถึงเมืองอิดลิบซึ่งเป็นเมืองเอก และฝ่ายกบฏได้ยกระดับความพยายามในการยึดฐานทัพอากาศ อาบู อัล อูฮูร์ ตั้งแต่ช่วงปลายเดือน ส.ค. โดยใช้ระเบิดฆ่าตัวตายยึดทางเข้าหลักของฐานทัพและฐานที่มั่นรอบนอกหลายแห่ง
การเสียฐานทัพอากาศ อาบู อัล อูฮูร์ หมายความว่าทหารของกองทัพซีเรียถูกขับออกจากจังหวัดอิดลิบอย่างสิ้นเชิงแล้ว และในตอนนี้ฝ่ายกบฏได้ควบคุมพื้นที่เกือบทั้งหมดของจังหวัดอิดลิบ ยกเว้นหมู่บ้าน 'ฟูอา' และ คฟาร์ยา ของชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มติดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ของเลบานอน ฝ่ายพันธมิตรของรัฐบาลซีเรีย

นักข่าวสาว เตะตัดขาผู้อพยพที่อุ้มลูกล้มกลิ้งและคนอื่นรวมถึงเด็กหญิงด้วย

ทีวีฮังการี ลงดาบ ไล่ช่างภาพหญิงออกจากงานทันที หลังแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมเตะสกัดผู้อพยพที่พยายามวิ่งหนีฝ่าด่านตำรวจเข้ามาในฮังการี และมีผู้นำคลิปโพสต์ลงในโซเชียล มีเดียประจานการกระทำของช่างภาพคนนี้ จนโดนชาวเน็ตสวดยับ
เมื่อ 9 ก.ย.58 เว็บไซต์ เดอะ เทเลกราฟ รายงาน สถานีโทรทัศน์ N1TV ในฮังการี ได้ มีคำสั่งไล่ เปตรา ลาซโล ช่างภาพหญิงประจำสถานี ออกจากงานทันที หลังจากเธอได้แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมใช้เท้าเตะสกัดผู้อพยพหลายคน และในจำนวนนั้น มีทั้งเด็กหญิง และชายคนหนึ่งที่อุ้มลูกชาย ขณะพยายามวิ่งหนีตำรวจออกจากค่ายผู้อพยพในหมู่บ้านรอสซ์เก้ ของฮังการี ใกล้ชายแดนติดกับประเทศเซอร์เบีย จนทำให้ชายคนดังกล่าวหกล้มและลูกชายของเขาหลุดจากมือกระแทกพื้นดิน







วันอังคารที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2558

IS ตายเพราะกามอีกแล้ว


(หญิงชนเผ่ายาซิดีซึ่งหลบหนีกลุ่มไอซิสออกมาได้)
หญิงชนเผ่ายาซิดีในอิรัก เจ็บแค้นสุดๆ หลังตกเป็นทาสกามของสมาชิกระดับสูงกลุ่มไอซิส สวมหัวใจสิงห์ ยิงสังหาร ชำระแค้น ส่งไปอยู่ปรโลก 
เมื่อวันที่ 8 ก.ย. 58 สื่อต่างประเทศรายงาน หญิงชาวอิรักคนหนึ่ง ซึ่งมีเชื้อสายชนกลุ่มน้อยเผ่ายาซิดี ระเบิดความแค้น ลั่นไกยิงปลิดชีพ นายอาบู อานาส สมาชิกระดับผู้บัญชาการระดับสูงของกลุ่มมุสลิมนิกายสุหนี่หัวรุนแรง ‘รัฐอิสลาม’ หรือไอซิส ซึ่งได้บังคับขืนใจเธอให้ตกเป็นทาสกามของเขา 

โดยสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมในอิรัก ‘อัลซูมาเรีย นิวส์’ รายงานข่าวดังกล่าว พร้อมอ้างโฆษกของพรรคประชาธิปไตยเคอร์ดิสถาน เปิดเผยว่า นายอานาสได้ถูกผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งเชื่อว่า เป็นชนเผ่ายาซิดี สังหารใกล้เมืองโมซูล ในอิรัก เมื่อวันเสาร์ที่ 5 ก.ย. ที่ผ่านมา เนื่องจากเขาได้ขืนใจล่วงละเมิดทางเพศเธอ จากนั้น ยังส่งเธอ ในฐานะ เป็น ‘ของขวัญ’ ไปให้บรรดาสมาชิกคนอื่นๆ ย่ำยีต่อ
เดอะ มิร์เรอร์ รายงานว่า ชนเผ่ายาซิดี ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยที่มีความเชื่อทางศาสนาเก่าแก่ตั้งแต่ยุคก่อนอิสลาม อาศัยอยู่ในซีเรียและอิรัก ได้ตกเป็นเป้าหมายการก่อเหตุรุนแรงจากกลุ่มไอซิส และปีที่ผ่านมา มีชนเผ่ายาซิดีถูกลักพาตัวไปนับ 5,270 คน และขณะนี้มีมากกว่า 3,000 คนที่ยังตกอยู่ในอุ้งมือของกลุ่มไอซิส

เครดิต http://www.thairath.co.th/content/523814

โหดหนุ่ม รัสเซียยิงหมอดับคาที่เพราะศัลยกรรมหน้าไม่หล่อถูกใจ เจ้าตัว


ฉุนผ่าตัดให้"หล่อ"ไม่ถูกใจ หนุ่มรัสเซียยิงหมอดับคาที่ "หนุ่่มรัสเซีย" วัย 34 ปี ยัวะแพทย์ศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าทั้งจมูก-ใบหู ให้หลายรอบ "ไม่ถูกใจ" ควักปืนไรเฟิล ยิงโป้งดับสยอง ก่อนจะลั่นไกปลิดชีพตนเองตาม วันพุธที่ 9 กันยายน 2558 เวลา 2:06 น. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 8 ก.ย. ว่า ตำรวจรัสเซียได้รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิต ภายในโรงพยาบาลรัสเซียน เรลเวย์ ในเมืองเซนต์ปีเตอร์ ทางภาคตะวันตกเแียงเหนือของประเทศ เมื่อรุดไปตรวจสอบพบผู้ตายเป็นนายแพทย์แผนกศัลยกรรม ชื่อ อเล็กซานเดอร์ เรมิซอฟ ถูกยิงด้วยปืนไรเฟิลล่าสัตว์ ที่บริเวณทรวงอก เสียชีวิตภายในสำนักงานของโรงพยาบาลดังกล่าว ส่วนคนร้ายทราบชื่อภายหลังว่า นายยูริ เลเบเดฟ ชาวรัสเซียวัย 34 ปี ที่เข้ารับการผ่าตัดตกแต่งใบหน้ากับทีมงานของนายเรมิซอฟหลายครั้ง โดยหลังก่อเหตุนายเลเบเดฟได้ใช้ปืนกระบอกเดียวกันยิงตัวตายตาม เพื่อหนีความผิด เจ้าหน้าที่ตำรวจ เผยว่า การสอบสวนเบื้องต้นพบว่า มูลเหตุจูงใจของฆาตกรรมครั้งนี้ เกิดจากความไม่พอใจของนายเลเบเดฟ ที่เข้ารับการผ่าตัดตกแต่งใบหน้าหลายครั้ง แต่ไม่ถูกใจ โดยเขาผ่าตัดจมูกหลายรอบ และที่ใบหู นายเรมิซอฟเป็นผู้ดูแลกระบวนการศัลยกรรมสำหรับนายเลเบเดฟ แต่ไม่ได้เป็นผู้ลงมือผ่าตัดด้วยตนเอง การตรวจสอบยังพบอีกว่า เครื่องตรวจจับโลหะที่ประตูทางเข้าออกโรงพยาบาลถูกปิดเครื่อง จึงทำให้นายเลเบเดฟสามารถนำปืนไรเฟิลที่ซุกซ่อน เล็ดลอดเข้าไปข้างในได้ จากการเปิดเผยของเพื่อนฝูงหลายคน ระบุว่า นายเลเบเดฟเคยเป็นทหารเรือดำน้ำนาน 10 ปี ก่อนจะย้ายไปอยู่ที่เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก และเขามีปัญหากับบุคลิกส่วนตัว มักบ่นว่าหน้าตาของตนเองดูไม่ดี จึงเข้ารับการผ่าตัดตกแต่งใบหน้า แต่ผ่าหลายครั้งก็ยังไม่เป็นที่พอใจ การตรวจภายในแฟลตที่พักของนายเลเบเดฟ ตำรวจพบกองจดหมายที่ติดต่อกับโรงพยาบาลรัสเซียน เรลเวย์ เกี่ยวกับการศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าของเขา โดยจดหมายฉบับล่าสุดส่งจากนายแพทย์เรมิซอฟ มีข้อความเขียนแนะนำว่า นายเลเบเดฟควรไปพบ "จิตแพทย์" เหตุเกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์ หลังเกิดเหตุคล้ายคลึงกัน ที่โรงพยาบาลในเมืองมากาดาน ทางภาคตะวันออกไกลของรัสเซีย ชายวัย 69 ปีใช้ปืนยิงนายแพทย์หัวหน้าแผนกระบบทางเดินปัสสาวะเสียชีวิต ก่อนจะใช้ปืนยิงตนเองเสียชีวิตเช่นกัน เหตุจากไม่พอใจที่แพทย์ปฏิเสธการผ่าตัดอวัยวะเพศ ตามที่เขาร้องขอ

เครดิตเนื้อหาข่าว http://www.dailynews.co.th/foreign/346802

วันจันทร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2558

คลิปเต็มและรวมภาพ จีนโชว์แสนยานุภาพทางทหาร จัดงานฉลองครบรอบ 70 ปี ชัยชนะเหนือญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่ 2

คลิปเต็มของงาน 


รวมภาพ จีนโชว์แสนยานุภาพทางทหาร จัดงานฉลองครบรอบ 70 ปี ชัยชนะเหนือญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่ 2 อย่างยิ่งใหญ่ ทหารทุกเหล่าทัพกว่าหมื่นนาย สวนสนามที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน รวมทั้งการโชว์ เครื่องบินมากถึง 200 ลำ พร้อมเชิญผู้นำ-เจ้าหน้าที่ระดับสูงต่างชาติร่วมงานกว่า 30 ประเทศ













กองทัพอิรัก เพิ่งซื้อเครื่องบินรบ F-16 มาใหม่ใหม่เอี่ยม 4 ลำ เลย บินถล่ม IS ทันที

กองทัพอิรัก เพิ่งซื้อเครื่องบินรบ F-16 มาใหม่และมาถึงอิรักใหม่เอี่ยม 4 ลำ เลย จัดการถล่ม IS  ทันที ทั้งนี้กองทัพอิรักซื้อ F-16 จาก อเมริกา 36 ลำด้วยกัน
กองทัพอิรักเปิดฉากส่งเครื่องบินรบ F-16 บินโจมตีถล่มเป้าหมายของกลุ่มไอซิส ทางตอนเเหนือกรุงแบกแดด ติดต่อกันถึง 4 วัน รวมแล้ว 15 เที่ยว ด้านรมว.กลาโหมอิรักเผยปฏิบัติการโจมตีสำเร็จด้วยดี และอิรักจะส่งบินรบสุดล้ำรุ่นนี้ไปถล่มไอซิสอีกในอนาคต


นายคาเล็ด อัล-โอไบดี รมว.กลาโหมอิรัก แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนถึงปฏิบัติการส่งเครื่องบินรบ F-16 โจมตีกลุ่มไอซิสเป็นครั้งแรกว่า ประสบความสำเร็จด้วยดี และกองทัพอิรักจะส่งเครื่องบินรบ F-16 โจมตีกลุ่มไอซิสอีกในอนาคต



เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้กำลังหารือ จัดงานรวมญาติครั้งใหม่

สองเกาหลีหารือจัดงานรวมญาติครั้งใหม่ รัฐบาลเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้จัดการประชุมร่วมกัน เพื่อเตรียมการจัดงานรวมญาติที่ต้องพลัดพรากจากกันเพราะสงคราม วันจันทร์ที่ 7 กันยายน 2558 เวลา 11:16 น. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 7 ก.ย.ว่ากระทรวงรวมชาติของเกาหลีใต้รายงานเรื่องการหารือเกี่ยวกับการจัดงานรวมญาติครั้งใหม่ ระหว่างเจ้าหน้าที่กาชาดของเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ โดยการประชุมจัดขึ้นที่หมู่บ้านปันมุนจอม ซึ่งตั้งอยู่กึ่งกลางเขตปลอดทหาร ( ดีเอ็มซี ) อย่างไรก็ตาม ผู้สันทัดกรณีมองว่าแม้การเจรจาจะบรรลุผล แต่ไม่สามารถใช้เป็นสิ่งการันตีได้ว่าจะมีการจัดงานเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เนื่องจากรัฐบาลเปียงยางเปลี่ยนท่าทีมาในเรื่องดังกล่าวแล้วหลายครั้ง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น หากการจัดงานสามารถเกิดขึ้นได้จริง กำหนดการน่าจะมีขึ้นในเดือนต.ค.ปีนี้ และจะถือเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 5 ปี โดยครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อเดือนก.พ.ปีที่แล้ว ส่วนสถานที่น่าจะยังคงเป็นรีสอร์ทคุมกังในเกาหลีเหนือ ทั้งนี้ วัตถุประสงค์สำคัญของการจัดงานรวมญาติสองเกาหลี คือเพื่อให้ครอบครัวและญาติพี่น้องที่ต้องพลัดพรากจากกันในช่วงสงครามเกาหลีได้มีโอกาสพบหน้ากัน เนื่องจากรัฐบาลของทั้งเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้มีกฎหมายห้ามมิให้พลเมืองของตัวเองติดต่อสื่อสารกัน การหารือครั้งนี้ถือเป็นการประชุมร่วมกันอย่างเป็นทางการครั้งแรกของรัฐบาลสองเกาหลี หลังเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านความมั่นคงของทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงร่วมกันเมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว ในการยุติการเผชิญหน้าทางทหารที่ดีเอ็มซี เพื่อบรรเทาความตึงเครียดทางทหารตามแนวชายแดน

ภาพวันรวมญาติครั้งก่อนๆ





คลิปประกอบ : อารีรังนิวส์
เครดิตเนื้อหาข่าว http://www.dailynews.co.th/foreign/346376